มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

wanyan ซอง

สนาม: ข่าวการค้าของจีน

บทนำ: แต่อย่างไรก็ตาม การเชื่อมต่อระหว่างไทยกับจีนก็เป็นเรื่องดีแน่นอน ส่วนเรื่องที่เป็นด้านลบนั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง อาจจะเป็นเรื่องของอนาคต ซึ่งการเข้ามาของ แจ็ก หม่า ยังไงก็เป็นเครื่องการันตีว่าประเทศไทยยังน่าสนใจในการลงทุนอยู่ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค รวมถึงยังเห็นโอกาสที่จะพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อย่างไม่ยาก...

Shizu Liu Wei

สนาม: Jiujiang Media Network

บทนำ: ประยุทธ์ แสลงคำว่าดูด ย้ำไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่น สวนหมัด มาร์ค กลับไปดูแลลูกพรรค รวมทั้งสำรวจผลงานที่ผ่านมา แจงลงพื้นที่บุรีรัมย์ไม่มี แอบพบคนตระกูลชิดชอบแน่ ลั่นตอนนี้เป็นกลาง ยังกั๊กเรื่องลงสนามการเมืองบอกยังไม่ถึงเวลา ขู่ใช้กฎหมายจัดหนัก วัชระ-สื่อ ปูดข่าวสี่หมื่นล้านไร้หลักฐาน อุตตม-สนธิรัตน์ ประสานเสียงพรรครัฐบาลยังไม่สะเด็ดน้ำ เมื่อวันที่ 24 เมย ในช่วงเช้า พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) ระบุว่า คสชเดินสายดูดอดีตนักการเมือง โดยใช้ตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีเป็นตัวล่อว่า ไม่ได้ยิน ฉันไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่น วิพากษ์วิจารณ์ไปซิ ฉันไม่สนใจอยู่แล้ว ทำงานอย่างเดียวไม่เกี่ยวกัน ต่อมาในเวลา 1415 น พลอประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ย้ำอีกครั้งว่า บอกแล้วว่าไม่ใช่เครื่องดูดอากาศหรือเครื่องดูดฝุ่น เพราะฉะนั้นต้องไปดูว่าข้อกล่าวหาที่ว่า คสชหรือรัฐบาลนี้จะไปบังคับคนนั้นคนนี้ บังคับนักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน จะเอาอำนาจอะไรไปบังคับเขาเหล่านั้น ดังนั้นคำพูดดังกล่าวก็เป็นเรื่องของท่านเอง การที่บอกว่านักธุรกิจต้องสนับสนุนสิ่งต่างๆ ให้กับนักการเมืองและพรรคการเมืองนั้น ควรไปดูข้อกฎหมายว่าทำได้หรือไม่ เพราะถ้ากฎหมายระบุว่าทำไม่ได้ ก็ทำไม่ได้อยู่ดี เรื่องนี้ไม่ต้องไปห้ามใครเขา และเรื่องเหล่านี้ก็มีการตรวจสอบกันอยู่แล้ว เมื่อถามถึงกรณีเสียงวิจารณ์ คสชและรัฐบาลจะดูดตระกูลชิดชอบมาเป็นพรรคพวกเป็นรายต่อไป พลอประยุทธ์ตอบว่า ไม่อยากให้ทุกคนไปใช้คำดังกล่าวตามที่นักการเมืองพูดออกมา เพราะการกล่าวว่าใครดูดใคร ต้องไปดูว่าผลงานของพรรคการเมืองของเขาที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีการดูแลสมาชิกพรรค สสทุกคนมีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นและนำความต้องการของประชาชนไปสู่การขับเคลื่อนของพรรคหรือไม่ ในขณะที่พรรคอื่นเป็นรัฐบาลหรือไม่ได้เป็น ได้ให้ความสำคัญกับสมาชิกที่เป็นลูกพรรคหรือไม่แค่ไหน หรือให้ความสำคัญไม่เพียงพอ ผมเข้าใจว่านักการเมืองทุกคน อยากเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง แต่มักไปติดที่นโยบายพรรค นโยบายหัวหน้าพรรคหรือผู้สนับสนุน แต่ยืนยันว่า คสชไม่มีใครมีบทบาทเหนือตรงนี้ เราสามารถทำงานทุกอย่างเป็นอิสระ ดังนั้นขอให้กลับไปดูที่ผลงาน ใครจะดูดหรือถูกดูดก็เป็นเรื่องของเขา และขอให้ไปดูแลสมาชิกของท่านให้ดีที่สุด ทั้งนี้ ผมเคยฟังนักการเมืองพูดว่าการเข้ามาทำงานให้ประเทศสำหรับพรรคการเมืองที่ได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ก็อยากทำงานให้ครบตลอด 4 ปีตามอายุรัฐบาล แต่ทำไม่ได้มากนัก ช่วง 2 ปีแรกก็เริ่มทำงานได้ดีอยู่ แต่หลังจากปีที่ 2 ไปแล้วทำไม่ค่อยได้ เพราะต้องเตรียมตัวยุบสภา เขาพูดกับผมแบบนี้เลย เพราะฉะนั้นเขาอาจต้องทำอะไรต่างๆ ตามแนวทางนโยบายของพรรคและหัวหน้าพรรค ซึ่งมันไม่ถูกต้อง พลอประยุทธ์กล่าวย้ำต้องดูแลทุกฝ่าย นายกฯ กล่าวอีกว่า การเป็นรัฐบาลไม่ว่าจะมากหรือน้อย ต้องร่วมมือให้ได้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ต้องดูแลทั้งสองฝ่าย ประชาธิปไตยคือต้องปฏิบัติตามเสียงส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลเสียงส่วนน้อย ซึ่งเป็นฝ่ายค้านด้วยว่าจะทำอย่างไรให้พื้นที่ และประชาชนในพื้นที่ของฝ่ายค้านได้ประโยชน์ด้วย ก็จะลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งการกระจายรายได้ ที่ผ่านมาโทษกันไปมา ว่ารัฐบาลนี้รัฐบาลนั้นตัดงบประมาณในพื้นที่ต่างๆ ที่ไม่ใช่ของตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมาการลงพื้นที่เดินสายหาเสียงยังทำไม่ได้เลย แล้วมันจะพัฒนาประเทศได้อย่างไร พลอประยุทธ์กล่าวว่า อยากขอร้องว่ารัฐบาลหน้าไม่ว่าใครเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็ต้องร่วมมือกันในกิจการที่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ประชาชนทั้งประเทศได้ประโยชน์ ไม่ใช่ได้ประโยชน์เฉพาะพื้นที่ที่เป็นฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียว ทุกคนที่เข้ามาทำงานการเมือง ไม่ต้องไปกลัวอะไรทั้งสิ้น จะเลือกตั้งเมื่อไหร่มันอยู่ที่ว่าเราจะบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างไรให้โปร่งใสเป็นธรรม ไม่เช่นนั้นก็จะซักฟอกคัดค้านอภิปรายกันไปเรื่อย เหมือนที่ผ่านมาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้สักอย่าง คสชและรัฐบาลเข้ามาทำงานตรงนี้ไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร รัฐบาลเป็นเหมือนคนกลางที่เข้ามา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลนี้ก็ต้องอยู่ตรงกลาง และทำทุกอย่าง ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านในวันข้างหน้าก็ต้องร่วมมือกันให้ได้ รัฐบาลมุ่งหวังเพียงเท่านั้น เมื่อถามว่า มีเสียงสะท้อนว่าหากนายกฯ จะดึงนักการเมือง ก็ควรดึงนักการเมืองที่ดีๆ พลอประยุทธ์ กล่าวว่า แน่นอน แต่อะไรคือที่ว่าดีๆ ที่ดีๆ คืออะไร หลายคนอาจอยากทำความดี แต่มันทำดีไม่ได้ ท้ายที่สุดถูกนโยบายพรรค ถูกอะไรต่างๆ มันทำให้เขาต้องเปลี่ยนแปลง ปรับตัวเองก็เลยเสียไปทั้งหมด ไม่ได้รังเกียจนักการเมือง หากใครมาแสดงบทบาทว่าจะร่วมกันพัฒนาประเทศ ทำเพื่อประเทศชาติ เราจะไม่ทำการเมืองแบบเดิมๆ ก็ยินดีกับทุกคน จะมาอยู่ตรงไหนก็อยู่ไปเถอะ พลอประยุทธ์กล่าวอีกว่า หลังตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชลมาเป็นที่ปรึกษานายกฯฝ่ายการเมือง ก็ยังไม่มีการตั้งใครเพิ่ม และการตั้งนายสนธยานั้น ก็เพื่อให้ดูภาคตะวันออก เพราะเขาทำงานทางภาคตะวันออก ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนพอสมควร จึงให้มาเป็นที่ปรึกษาแค่นั้น ไม่ได้มุ่งหวังทางการเมืองอะไร วันนั้นบังเอิญตอบเร็วไปนิดหนึ่ง ซึ่งเรื่องการเมือง ยังไม่ได้ปรึกษาอะไรสักคำ เพราะยังไม่ได้เดินการเมืองเลย ใครจะเดินก็ว่าไป เมื่อถามว่า การประชุม ครมและลงพื้นที่ จสุรินทร์และบุรีรัมย์ ในวันที่ 7-8 พคนี้ มีอะไรพิเศษหรือไม่ พลอประยุทธ์กล่าวว่า เป็นการลงพื้นที่ปกติ เหมือนจังหวัดอื่นๆ ไม่มีการพบใครแบบส่วนตัวหรือพบใครในที่รโหฐาน แต่พบกันในที่ใหญ่ๆ กว้างๆ ร่วมกับประชาชนทั่วไป เพราะใครจะมารับก็ไม่ปฏิเสธ ถือเป็นเรื่องเจ้าบ้านที่ดีก็มารับเป็นธรรมดาลั่นยังไม่ตกลงใคร ผมไม่ไปตกลงการเมืองอะไรกับใครทั้งสิ้น ผมไม่สามารถตกลงอะไรกับใคร เพราะผมยังไม่ไปสู่ตรงนั้น เป็นเรื่องของกระบวนการทางการเมือง ใครจะทำอะไรก็ทำไป แต่อย่ามาเอาผมไปเกี่ยวข้องตรงนี้ พลอประยุทธ์กล่าว ถามอีกว่า ในเดือน มิย ยังเชิญพรรคการเมืองมาหารือเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งอยู่หรือไม่ พลอประยุทธ์กล่าวว่า ตั้งแต่ มิยเป็นต้นไป จะหาโอกาสพูดคุย เขาอยากจะคุยหรือไม่ ยังไม่รู้เหมือนกัน เพราะเขาบอกจะไม่คุย แล้วจะไปคุยกับใคร คุยกับสื่อหรือ สื่อไม่ใช่นักการเมือง แล้วไปยุ่งอะไรกับนักการเมืองเขา เมื่อเขาไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุย ก็แค่นั้น ทำไมต้องมากดดันรัฐบาล เมื่อถามว่า อึดอัดใจหรือไม่ที่มีหลายพรรคการเมืองอยากเสนอชื่อ พลอประยุทธ์เป็นนายกฯ คนนอกหลังเลือกตั้ง พลอประยุทธ์ตอบว่า รู้สึกเฉยๆ เพราะผมยังไม่ได้ตอบรับอะไรใครซักคน เมื่อถามย้ำว่า แต่ไม่ปฏิเสธตอบรับใช่หรือไม่ พลอประยุทธ์นิ่ง หยุดคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า ไม่รู้ๆ เมื่อถามอีกว่าแนวทางของพรรคการเมืองแบบใดที่จะตัดสินใจเข้าร่วม พลอประยุทธ์ตอบว่า ผมไม่ร่วมกับพรรคไหน แล้วจะไปร่วมอะไรกับใครได้ ตอนนี้ไม่รู้ตัว ผมอยู่ตรงกลาง จะเป็นอะไร จะทำอะไรก็แล้วแต่ ผมต้องอยู่ตรงกลางให้ได้ คำว่าตรงกลางคือเอาทุกคนมาร่วมกันบริหารประเทศให้ได้ ด้วยกลไกประชาธิปไตย แต่จะไปอย่างไรผมยังไม่รู้ และผมจะไปตรงนั้นได้อย่างไรก็ยังไม่รู้เหมือนกัน พลอประยุทธ์กล่าวถึงกรณีนายวัชระ เพชรทอง อดีต สสพรรค ปชป ระบุว่า คสชเตรียมสืบทอดอำนาจโดยใช้เงินตั้งพรรคทหารถึง 40,000 ล้านบาท ว่า นายวัชระพูดหลายครั้งแล้ว ชอบพูดประเด็นนั้น ประเด็นนี้ว่ามีการทุจริต เสร็จแล้วก็เงียบหายไป เดี๋ยวก็กลับไปเอามาใหม่ ขอความกรุณาว่าให้ไปหาข้อมูล มาสิว่า 4 หมื่นล้านมาจากไหน เพราะไม่ใช่เงินน้อยๆ จะเอามาได้อย่างไร เอามาจากใคร แล้วใครจะให้ตั้ง 4 หมื่นล้าน แล้วจะเอาเงินจำนวนนี้ไปตั้งพรรคการเมืองหรือ เอาเงินจำนวนนี้ไปดูแลประชาชนไม่ดีกว่าหรือ ถ้าได้เงินมาขนาดนี้ เราต้องว่ากันด้วยหลักฐาน ผมกำลังให้ฝ่ายกฎหมายดูว่าการออกมาพูดแบบนี้มันทำให้เกิดความเสียหายอะไรหรือไม่อย่างไร รวมถึงสื่อสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่นำมาเผยแพร่ด้วย เพราะถ้าเผยแพร่โดยไม่มีหลักฐาน ก็มี พรบคอมพิวเตอร์ดูแลอยู่ ก็ขอให้ระมัดระวังกันด้วย เพราะไม่อยากให้ใครเดือดร้อน รัฐบาลไม่ได้ขู่ ไม่ได้ใช้กฎหมายไปบังคับ แต่กฎหมายมันมีอยู่แล้ว ก็ขอเตือนให้ทุกคนได้ทราบ พลอประยุทธ์กล่าว ภายหลังนายกฯ แถลงข่าวเสร็จสิ้น นายกฯ ได้เดินออกจากโพเดียมอย่างอารมณ์ดี เมื่อผู้สื่อข่าวได้กระเซ้าว่า ดูนายกฯ แก้มตอบไป พลอประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ได้ไปเสริมสวยแบบเธอ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวจึงชี้แจงว่าที่ถามว่าแก้มตอบหมายถึงการดูดนักการเมืองขณะนี้ พลอประยุทธ์กล่าวว่า จะไปดูดนักการเมืองอะไร ยังไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคไหนเลย เมื่อถามสวนว่า แล้วนายกฯ จะเป็นหัวหน้าพรรคใดหรือไม่ พลอประยุทธ์กล่าวว่า ไม่รู้ และเมื่อถามอีกว่าไม่รู้แสดงว่าไม่ปฏิเสธใช่หรือไม่ พลอประยุทธ์กล่าวทันทีว่า ไม่แสดงตอนนี้ มีรายงานว่า นายวัชระเตรียมแถลงชี้แจงประเด็นดังกล่าวที่พรรคในเวลา 1030 น วันที่ 25 เมยพรรครัฐบาลไม่คืบหน้า นายอุตตม สาวนายน รมวอุตสาหกรรม ปฏิเสธตอบคำถามเตรียมตั้งพรรคการเมือง โดยกล่าวเพียงว่า เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าและความชัดเจนใดๆ และยืนยันว่าไม่มีการประสานภาคธุรกิจขอความร่วมมือไม่ให้สนับสนุนพรรคการเมืองที่มีอยู่อย่างที่วิพากษ์วิจารณ์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมวพาณิชย์ กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การดูดนักการเมืองเพื่อหวังประโยชน์ทางการเมือง ว่าข้อเท็จจริงการแต่งตั้งนายสนธยาเพื่อต้องการให้มาช่วยงานในโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) ที่รัฐบาลมีปัญหาสื่อสารเรื่องนี้ไปสู่การรับรู้ของประชาชน ไม่เห็นว่าจะดูดนักการเมืองอย่างไร เข้ามาช่วยเราทำงาน เมื่อถามถึงความคืบหน้าเตรียมตั้งพรรคการเมือง นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ยังหารือกันอยู่ มีกระบวนการหลายๆ อย่าง แต่ยังไม่คืบหน้าใดๆ ยังตอบไม่ได้ว่าสเปกคนในพรรคจะเป็นอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่ต้องผ่านการตกลงกันก่อน ด้านนายสมคิด เชื้อคง อดีต สสอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสการดูดนักการเมืองว่า เป็นเรื่องปกติ ใครจะโดนดูดไม่เป็นอะไร สำคัญที่นายอภิสิทธิ์อย่าโดนดูดไปด้วยก็แล้วกัน เคยพูดไม่สนับสนุนนายกฯ คนนอก ขอให้มั่นคงกับสิ่งที่พูด อย่าเปลี่ยนจุดยืน ไม่ใช่พอหลังเลือกตั้งไปแล้วเป็นอีกแบบ ขอเตือนเอาไว้ก่อนด้วยความเป็นห่วง ส่วนที่นายวัชระระบุถึงเม็ดเงิน 4 หมื่นล้านบาทนั้น ไม่ทราบ แต่กระบวนการเหล่านี้หากมีการเสนอมาหนีไม่พ้นเรื่องเงิน เรื่องตำแหน่ง เป็นเหมือนการตีตราจองล่วงหน้า แปลกใจฝั่งผู้มีอำนาจมากกว่า ก่อนหน้าเคยบอกว่ารังเกียจนักการเมือง เป็นคนไม่ดี เป็นพวกโกงกิน แล้วทำไมตอนนี้พยายามให้พวกเขามาร่วมงานด้วย ที่พูดเอาไว้ก่อนยึดอำนาจในวันนั้น กับวันนี้ไม่เหมือนกันแล้ว แสดงว่าไม่ต้องการปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริง นายสมคิดกล่าว เมื่อถามถึงพื้นที่ จอุบลราชธานี มีความเคลื่อนไหวอะไรที่น่าจับตาหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ได้ยินกระแสข่าวมาเหมือนกันว่า พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังชาติไทย และพรรคเสรีรวมไทย เริ่มไปหาผู้คน เตรียมตัวทำกิจกรรมการเมือง โดยเฉพาะพลังประชารัฐ มีการขับเคลื่อนมาก ประสานมาทางนักการเมืองชื่อดังบางคนที่เคยทำพรรคการเมืองมาก่อน แต่พวกเราไม่หวั่นไหว พรรคเพื่อไทยในฐานะแชมป์เก่า หน้าที่เราคือต้องการป้องกันแชมป์ต่อไป แม้จะเป็นเรื่องยาก

สล็อต xo 999 เครดิต ฟรี1️⃣M98
ez7 | <动态当天时间> | อ่าน(654) | แสดงความคิดเห็น(425)
Ducati 1199 Superleggera ซูเปอร์ไบค์สุดล้ำ 409 ล้าน 24 เมษายน พศ 2561 เวลา 21:22 น 【อ่านข้อความเต็ม】
umh | <动态当天时间> | อ่าน(426) | แสดงความคิดเห็น(183)
อย่างที่ ป๋าเปลว สีเงิน ท่านได้ จุดพลุ ออกแรงกระตุ้นเอาไว้วันวานนั่นแหละว่า เราจะปล่อยให้ พตทพงศ์พร สรงน้ำพระ-ชำระพระศาสน์ คนเดียวอย่างนี้ เห็นจะไม่ได้ การขัดลอกคราบขี้ตะไคร่วัด เป็นงานบุญก็จริง แต่ก็ต้องช่วยกัน ปล่อยให้ทำคนเดียว ถึงได้แต่กับงานใหญ่อาจหมดแรงเสียก่อน ฉะนั้นถึงเราไม่ทำอะไรเลย เมื่อต้นเสียงโห่อย่างน้อยเราก็ควรช่วยประสานเสียงฮิ้ววววรับ ไม่ก็เอาให้ถึงระดับ บุพเพสันนิวาส กันไปเลยก็ยังได้ ดีกว่านั่งด่ากันไป-กันมาระหว่างนักการเมืองกับทหาร หรือนักการเมืองกับทหารการเมือง ว่าใครดูด-ไม่ดูด อะไรประมาณนั้น อันนั้นนอกจากไม่ได้ บุญ ติดมือ-ติดไม้เอาเลยแม้แต่น้อย เผลอๆยังหนักไปทาง บาป ด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง นั่นแล【อ่านข้อความเต็ม】
cfp | <动态当天时间> | อ่าน(440) | แสดงความคิดเห็น(950)
ประยุทธ์ แสลงคำว่าดูด ย้ำไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่น สวนหมัด มาร์ค กลับไปดูแลลูกพรรค รวมทั้งสำรวจผลงานที่ผ่านมา แจงลงพื้นที่บุรีรัมย์ไม่มี แอบพบคนตระกูลชิดชอบแน่ ลั่นตอนนี้เป็นกลาง ยังกั๊กเรื่องลงสนามการเมืองบอกยังไม่ถึงเวลา ขู่ใช้กฎหมายจัดหนัก วัชระ-สื่อ ปูดข่าวสี่หมื่นล้านไร้หลักฐาน อุตตม-สนธิรัตน์ ประสานเสียงพรรครัฐบาลยังไม่สะเด็ดน้ำ เมื่อวันที่ 24 เมย ในช่วงเช้า พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) ระบุว่า คสชเดินสายดูดอดีตนักการเมือง โดยใช้ตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีเป็นตัวล่อว่า ไม่ได้ยิน ฉันไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่น วิพากษ์วิจารณ์ไปซิ ฉันไม่สนใจอยู่แล้ว ทำงานอย่างเดียวไม่เกี่ยวกัน ต่อมาในเวลา 1415 น พลอประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ย้ำอีกครั้งว่า บอกแล้วว่าไม่ใช่เครื่องดูดอากาศหรือเครื่องดูดฝุ่น เพราะฉะนั้นต้องไปดูว่าข้อกล่าวหาที่ว่า คสชหรือรัฐบาลนี้จะไปบังคับคนนั้นคนนี้ บังคับนักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน จะเอาอำนาจอะไรไปบังคับเขาเหล่านั้น ดังนั้นคำพูดดังกล่าวก็เป็นเรื่องของท่านเอง การที่บอกว่านักธุรกิจต้องสนับสนุนสิ่งต่างๆ ให้กับนักการเมืองและพรรคการเมืองนั้น ควรไปดูข้อกฎหมายว่าทำได้หรือไม่ เพราะถ้ากฎหมายระบุว่าทำไม่ได้ ก็ทำไม่ได้อยู่ดี เรื่องนี้ไม่ต้องไปห้ามใครเขา และเรื่องเหล่านี้ก็มีการตรวจสอบกันอยู่แล้ว เมื่อถามถึงกรณีเสียงวิจารณ์ คสชและรัฐบาลจะดูดตระกูลชิดชอบมาเป็นพรรคพวกเป็นรายต่อไป พลอประยุทธ์ตอบว่า ไม่อยากให้ทุกคนไปใช้คำดังกล่าวตามที่นักการเมืองพูดออกมา เพราะการกล่าวว่าใครดูดใคร ต้องไปดูว่าผลงานของพรรคการเมืองของเขาที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีการดูแลสมาชิกพรรค สสทุกคนมีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นและนำความต้องการของประชาชนไปสู่การขับเคลื่อนของพรรคหรือไม่ ในขณะที่พรรคอื่นเป็นรัฐบาลหรือไม่ได้เป็น ได้ให้ความสำคัญกับสมาชิกที่เป็นลูกพรรคหรือไม่แค่ไหน หรือให้ความสำคัญไม่เพียงพอ ผมเข้าใจว่านักการเมืองทุกคน อยากเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง แต่มักไปติดที่นโยบายพรรค นโยบายหัวหน้าพรรคหรือผู้สนับสนุน แต่ยืนยันว่า คสชไม่มีใครมีบทบาทเหนือตรงนี้ เราสามารถทำงานทุกอย่างเป็นอิสระ ดังนั้นขอให้กลับไปดูที่ผลงาน ใครจะดูดหรือถูกดูดก็เป็นเรื่องของเขา และขอให้ไปดูแลสมาชิกของท่านให้ดีที่สุด ทั้งนี้ ผมเคยฟังนักการเมืองพูดว่าการเข้ามาทำงานให้ประเทศสำหรับพรรคการเมืองที่ได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ก็อยากทำงานให้ครบตลอด 4 ปีตามอายุรัฐบาล แต่ทำไม่ได้มากนัก ช่วง 2 ปีแรกก็เริ่มทำงานได้ดีอยู่ แต่หลังจากปีที่ 2 ไปแล้วทำไม่ค่อยได้ เพราะต้องเตรียมตัวยุบสภา เขาพูดกับผมแบบนี้เลย เพราะฉะนั้นเขาอาจต้องทำอะไรต่างๆ ตามแนวทางนโยบายของพรรคและหัวหน้าพรรค ซึ่งมันไม่ถูกต้อง พลอประยุทธ์กล่าวย้ำต้องดูแลทุกฝ่าย นายกฯ กล่าวอีกว่า การเป็นรัฐบาลไม่ว่าจะมากหรือน้อย ต้องร่วมมือให้ได้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ต้องดูแลทั้งสองฝ่าย ประชาธิปไตยคือต้องปฏิบัติตามเสียงส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลเสียงส่วนน้อย ซึ่งเป็นฝ่ายค้านด้วยว่าจะทำอย่างไรให้พื้นที่ และประชาชนในพื้นที่ของฝ่ายค้านได้ประโยชน์ด้วย ก็จะลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งการกระจายรายได้ ที่ผ่านมาโทษกันไปมา ว่ารัฐบาลนี้รัฐบาลนั้นตัดงบประมาณในพื้นที่ต่างๆ ที่ไม่ใช่ของตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมาการลงพื้นที่เดินสายหาเสียงยังทำไม่ได้เลย แล้วมันจะพัฒนาประเทศได้อย่างไร พลอประยุทธ์กล่าวว่า อยากขอร้องว่ารัฐบาลหน้าไม่ว่าใครเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็ต้องร่วมมือกันในกิจการที่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ประชาชนทั้งประเทศได้ประโยชน์ ไม่ใช่ได้ประโยชน์เฉพาะพื้นที่ที่เป็นฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียว ทุกคนที่เข้ามาทำงานการเมือง ไม่ต้องไปกลัวอะไรทั้งสิ้น จะเลือกตั้งเมื่อไหร่มันอยู่ที่ว่าเราจะบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างไรให้โปร่งใสเป็นธรรม ไม่เช่นนั้นก็จะซักฟอกคัดค้านอภิปรายกันไปเรื่อย เหมือนที่ผ่านมาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้สักอย่าง คสชและรัฐบาลเข้ามาทำงานตรงนี้ไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร รัฐบาลเป็นเหมือนคนกลางที่เข้ามา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลนี้ก็ต้องอยู่ตรงกลาง และทำทุกอย่าง ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านในวันข้างหน้าก็ต้องร่วมมือกันให้ได้ รัฐบาลมุ่งหวังเพียงเท่านั้น เมื่อถามว่า มีเสียงสะท้อนว่าหากนายกฯ จะดึงนักการเมือง ก็ควรดึงนักการเมืองที่ดีๆ พลอประยุทธ์ กล่าวว่า แน่นอน แต่อะไรคือที่ว่าดีๆ ที่ดีๆ คืออะไร หลายคนอาจอยากทำความดี แต่มันทำดีไม่ได้ ท้ายที่สุดถูกนโยบายพรรค ถูกอะไรต่างๆ มันทำให้เขาต้องเปลี่ยนแปลง ปรับตัวเองก็เลยเสียไปทั้งหมด ไม่ได้รังเกียจนักการเมือง หากใครมาแสดงบทบาทว่าจะร่วมกันพัฒนาประเทศ ทำเพื่อประเทศชาติ เราจะไม่ทำการเมืองแบบเดิมๆ ก็ยินดีกับทุกคน จะมาอยู่ตรงไหนก็อยู่ไปเถอะ พลอประยุทธ์กล่าวอีกว่า หลังตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชลมาเป็นที่ปรึกษานายกฯฝ่ายการเมือง ก็ยังไม่มีการตั้งใครเพิ่ม และการตั้งนายสนธยานั้น ก็เพื่อให้ดูภาคตะวันออก เพราะเขาทำงานทางภาคตะวันออก ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนพอสมควร จึงให้มาเป็นที่ปรึกษาแค่นั้น ไม่ได้มุ่งหวังทางการเมืองอะไร วันนั้นบังเอิญตอบเร็วไปนิดหนึ่ง ซึ่งเรื่องการเมือง ยังไม่ได้ปรึกษาอะไรสักคำ เพราะยังไม่ได้เดินการเมืองเลย ใครจะเดินก็ว่าไป เมื่อถามว่า การประชุม ครมและลงพื้นที่ จสุรินทร์และบุรีรัมย์ ในวันที่ 7-8 พคนี้ มีอะไรพิเศษหรือไม่ พลอประยุทธ์กล่าวว่า เป็นการลงพื้นที่ปกติ เหมือนจังหวัดอื่นๆ ไม่มีการพบใครแบบส่วนตัวหรือพบใครในที่รโหฐาน แต่พบกันในที่ใหญ่ๆ กว้างๆ ร่วมกับประชาชนทั่วไป เพราะใครจะมารับก็ไม่ปฏิเสธ ถือเป็นเรื่องเจ้าบ้านที่ดีก็มารับเป็นธรรมดาลั่นยังไม่ตกลงใคร ผมไม่ไปตกลงการเมืองอะไรกับใครทั้งสิ้น ผมไม่สามารถตกลงอะไรกับใคร เพราะผมยังไม่ไปสู่ตรงนั้น เป็นเรื่องของกระบวนการทางการเมือง ใครจะทำอะไรก็ทำไป แต่อย่ามาเอาผมไปเกี่ยวข้องตรงนี้ พลอประยุทธ์กล่าว ถามอีกว่า ในเดือน มิย ยังเชิญพรรคการเมืองมาหารือเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งอยู่หรือไม่ พลอประยุทธ์กล่าวว่า ตั้งแต่ มิยเป็นต้นไป จะหาโอกาสพูดคุย เขาอยากจะคุยหรือไม่ ยังไม่รู้เหมือนกัน เพราะเขาบอกจะไม่คุย แล้วจะไปคุยกับใคร คุยกับสื่อหรือ สื่อไม่ใช่นักการเมือง แล้วไปยุ่งอะไรกับนักการเมืองเขา เมื่อเขาไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุย ก็แค่นั้น ทำไมต้องมากดดันรัฐบาล เมื่อถามว่า อึดอัดใจหรือไม่ที่มีหลายพรรคการเมืองอยากเสนอชื่อ พลอประยุทธ์เป็นนายกฯ คนนอกหลังเลือกตั้ง พลอประยุทธ์ตอบว่า รู้สึกเฉยๆ เพราะผมยังไม่ได้ตอบรับอะไรใครซักคน เมื่อถามย้ำว่า แต่ไม่ปฏิเสธตอบรับใช่หรือไม่ พลอประยุทธ์นิ่ง หยุดคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า ไม่รู้ๆ เมื่อถามอีกว่าแนวทางของพรรคการเมืองแบบใดที่จะตัดสินใจเข้าร่วม พลอประยุทธ์ตอบว่า ผมไม่ร่วมกับพรรคไหน แล้วจะไปร่วมอะไรกับใครได้ ตอนนี้ไม่รู้ตัว ผมอยู่ตรงกลาง จะเป็นอะไร จะทำอะไรก็แล้วแต่ ผมต้องอยู่ตรงกลางให้ได้ คำว่าตรงกลางคือเอาทุกคนมาร่วมกันบริหารประเทศให้ได้ ด้วยกลไกประชาธิปไตย แต่จะไปอย่างไรผมยังไม่รู้ และผมจะไปตรงนั้นได้อย่างไรก็ยังไม่รู้เหมือนกัน พลอประยุทธ์กล่าวถึงกรณีนายวัชระ เพชรทอง อดีต สสพรรค ปชป ระบุว่า คสชเตรียมสืบทอดอำนาจโดยใช้เงินตั้งพรรคทหารถึง 40,000 ล้านบาท ว่า นายวัชระพูดหลายครั้งแล้ว ชอบพูดประเด็นนั้น ประเด็นนี้ว่ามีการทุจริต เสร็จแล้วก็เงียบหายไป เดี๋ยวก็กลับไปเอามาใหม่ ขอความกรุณาว่าให้ไปหาข้อมูล มาสิว่า 4 หมื่นล้านมาจากไหน เพราะไม่ใช่เงินน้อยๆ จะเอามาได้อย่างไร เอามาจากใคร แล้วใครจะให้ตั้ง 4 หมื่นล้าน แล้วจะเอาเงินจำนวนนี้ไปตั้งพรรคการเมืองหรือ เอาเงินจำนวนนี้ไปดูแลประชาชนไม่ดีกว่าหรือ ถ้าได้เงินมาขนาดนี้ เราต้องว่ากันด้วยหลักฐาน ผมกำลังให้ฝ่ายกฎหมายดูว่าการออกมาพูดแบบนี้มันทำให้เกิดความเสียหายอะไรหรือไม่อย่างไร รวมถึงสื่อสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่นำมาเผยแพร่ด้วย เพราะถ้าเผยแพร่โดยไม่มีหลักฐาน ก็มี พรบคอมพิวเตอร์ดูแลอยู่ ก็ขอให้ระมัดระวังกันด้วย เพราะไม่อยากให้ใครเดือดร้อน รัฐบาลไม่ได้ขู่ ไม่ได้ใช้กฎหมายไปบังคับ แต่กฎหมายมันมีอยู่แล้ว ก็ขอเตือนให้ทุกคนได้ทราบ พลอประยุทธ์กล่าว ภายหลังนายกฯ แถลงข่าวเสร็จสิ้น นายกฯ ได้เดินออกจากโพเดียมอย่างอารมณ์ดี เมื่อผู้สื่อข่าวได้กระเซ้าว่า ดูนายกฯ แก้มตอบไป พลอประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ได้ไปเสริมสวยแบบเธอ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวจึงชี้แจงว่าที่ถามว่าแก้มตอบหมายถึงการดูดนักการเมืองขณะนี้ พลอประยุทธ์กล่าวว่า จะไปดูดนักการเมืองอะไร ยังไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคไหนเลย เมื่อถามสวนว่า แล้วนายกฯ จะเป็นหัวหน้าพรรคใดหรือไม่ พลอประยุทธ์กล่าวว่า ไม่รู้ และเมื่อถามอีกว่าไม่รู้แสดงว่าไม่ปฏิเสธใช่หรือไม่ พลอประยุทธ์กล่าวทันทีว่า ไม่แสดงตอนนี้ มีรายงานว่า นายวัชระเตรียมแถลงชี้แจงประเด็นดังกล่าวที่พรรคในเวลา 1030 น วันที่ 25 เมยพรรครัฐบาลไม่คืบหน้า นายอุตตม สาวนายน รมวอุตสาหกรรม ปฏิเสธตอบคำถามเตรียมตั้งพรรคการเมือง โดยกล่าวเพียงว่า เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าและความชัดเจนใดๆ และยืนยันว่าไม่มีการประสานภาคธุรกิจขอความร่วมมือไม่ให้สนับสนุนพรรคการเมืองที่มีอยู่อย่างที่วิพากษ์วิจารณ์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมวพาณิชย์ กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การดูดนักการเมืองเพื่อหวังประโยชน์ทางการเมือง ว่าข้อเท็จจริงการแต่งตั้งนายสนธยาเพื่อต้องการให้มาช่วยงานในโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) ที่รัฐบาลมีปัญหาสื่อสารเรื่องนี้ไปสู่การรับรู้ของประชาชน ไม่เห็นว่าจะดูดนักการเมืองอย่างไร เข้ามาช่วยเราทำงาน เมื่อถามถึงความคืบหน้าเตรียมตั้งพรรคการเมือง นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ยังหารือกันอยู่ มีกระบวนการหลายๆ อย่าง แต่ยังไม่คืบหน้าใดๆ ยังตอบไม่ได้ว่าสเปกคนในพรรคจะเป็นอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่ต้องผ่านการตกลงกันก่อน ด้านนายสมคิด เชื้อคง อดีต สสอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสการดูดนักการเมืองว่า เป็นเรื่องปกติ ใครจะโดนดูดไม่เป็นอะไร สำคัญที่นายอภิสิทธิ์อย่าโดนดูดไปด้วยก็แล้วกัน เคยพูดไม่สนับสนุนนายกฯ คนนอก ขอให้มั่นคงกับสิ่งที่พูด อย่าเปลี่ยนจุดยืน ไม่ใช่พอหลังเลือกตั้งไปแล้วเป็นอีกแบบ ขอเตือนเอาไว้ก่อนด้วยความเป็นห่วง ส่วนที่นายวัชระระบุถึงเม็ดเงิน 4 หมื่นล้านบาทนั้น ไม่ทราบ แต่กระบวนการเหล่านี้หากมีการเสนอมาหนีไม่พ้นเรื่องเงิน เรื่องตำแหน่ง เป็นเหมือนการตีตราจองล่วงหน้า แปลกใจฝั่งผู้มีอำนาจมากกว่า ก่อนหน้าเคยบอกว่ารังเกียจนักการเมือง เป็นคนไม่ดี เป็นพวกโกงกิน แล้วทำไมตอนนี้พยายามให้พวกเขามาร่วมงานด้วย ที่พูดเอาไว้ก่อนยึดอำนาจในวันนั้น กับวันนี้ไม่เหมือนกันแล้ว แสดงว่าไม่ต้องการปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริง นายสมคิดกล่าว เมื่อถามถึงพื้นที่ จอุบลราชธานี มีความเคลื่อนไหวอะไรที่น่าจับตาหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ได้ยินกระแสข่าวมาเหมือนกันว่า พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังชาติไทย และพรรคเสรีรวมไทย เริ่มไปหาผู้คน เตรียมตัวทำกิจกรรมการเมือง โดยเฉพาะพลังประชารัฐ มีการขับเคลื่อนมาก ประสานมาทางนักการเมืองชื่อดังบางคนที่เคยทำพรรคการเมืองมาก่อน แต่พวกเราไม่หวั่นไหว พรรคเพื่อไทยในฐานะแชมป์เก่า หน้าที่เราคือต้องการป้องกันแชมป์ต่อไป แม้จะเป็นเรื่องยาก【อ่านข้อความเต็ม】
tt6 | <动态当天时间> | อ่าน(35) | แสดงความคิดเห็น(544)
คลอดแล้ว7อรหันต์รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ 24 เมษายน พศ 2561 เวลา 17:47 น 【อ่านข้อความเต็ม】
ewh | <动态当天时间> | อ่าน(437) | แสดงความคิดเห็น(198)
เพื่อพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั้งเลือดเนื้อและจิตวิญญาณที่มาจากชนชั้นรากหญ้า ชาวนาชาวไร่นำชาวบ้านสู้กับระบอบทักษิณระบอบการเมืองที่ชั่วร้ายกลางเมืองหลวงอย่างไม่ย่อท้อ【อ่านข้อความเต็ม】
p6g | 2021-09-28 | อ่าน(229) | แสดงความคิดเห็น(489)
กรมการแพทย์แผนไทยฯ ใช้เวลา 3 ชมประชุมร่วมสมุนไพรนายแสง พบไม่มีผลรักษามะเร็ง แต่ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย ยังขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ได้ แนะประชาชนโดยเฉพาะช่วงต้นๆ รักษาควบคู่กันไป ด้านนายแสงเผยทดลองในห้องอาจจะมีผลแบบหนึ่ง แต่ถ้าเข้าไปอยู่ในร่างกายคนก็อาจจะมีอีกแบบ ยันขอแจกต่อจนกว่าจะไม่ไหว ไม่แน่อาจขายสูตรให้ต่างชาติ ถ้าหมอไทยบอกรักษาไม่ได้ผล เมื่อวันที่ 24 เมษายนนี้ ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้มีการหารือร่วมกันเรื่องประสิทธิภาพสมุนไพรสูตรของนายแสงชัย ต่อการรักษาโรคมะเร็ง โดยมี นพปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, นพณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์, นพวีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผอสถาบันมะเร็งแห่งชาติ, นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือหมอแสง และทีมนักวิจัยประสิทธิภาพสมุนไพรสูตรของนายแสงชัย ต่อการรักษาโรคมะเร็ง โดยเริ่มมีการหารือตั้งแต่ 0900 น ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ซึ่งไม่ให้สื่อมวลชนหรือผู้ใดเข้าร่วมรับฟังแต่อย่างใด ต่อมาเวลา 1200 น นพณรงค์ให้สัมภาษณ์ว่า ทางกรมได้นำตัวอย่างสมุนไพรนายแสงชัยมาทดลองในลักษณะตัวยาที่มีความเข้มข้นต่างกัน แยกเป็นที่อยู่ในสารน้ำ ในเลือด และปริมาณที่มีความเข้มข้นสูงๆ ไปทดสอบในหลอดทดลองกับเซลล์มะเร็ง 7 แบบ คือ มะเร็งเต้านม 3 ชนิด มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ และมะเร็งกระเพาะอาหาร ผลการทดลองในหลอดทดลองนั้นพบว่า ตัวฤทธิ์ของสมุนไพรไม่สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ ทั้งนี้ ในเรื่องการเดินหน้าวิจัยในสัตว์ทดลองและในคนต่อหรือไม่นั้น ต้องมีการคุยกันพอสมควร เพราะมีหลายมุมมอง เท่าที่คุยกันในวันนี้คิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่ต้องเรียนว่าการดูแลแบบคู่ขนานทุกระยะ คิดว่าถ้าช่วยกันดูแล ประชาชนน่าจะได้ประโยชน์สูงสุด อยากบอกพี่น้องประชาชนว่าอย่ารักษาข้างใดข้างหนึ่ง โดยเฉพาะระยะต้นๆ ส่วนกลุ่มที่เป็นระยะท้ายๆ การมารับยานายแสงชัยเพื่อประคับประคองนั้นสามารถทำได้ ซึ่งนายแสงชัยก็เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม ในการทดสอบสมุนไพรของนายแสงชัยในเรื่องคุณภาพชีวิตนั้น พบว่าไม่มีความเป็นพิษ ดังนั้นการรักษาคู่ขนานน่าจะเป็นคำตอบที่ดีกับประชาชน ส่วนประเด็นว่าระหว่างนี้จะมีช่องทางในการขึ้นทะเบียนสมุนไพรสูตรของนายแสงชัยเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพใดตามกฎหมาย ซึ่งนายแสงชัยเองก็ได้สอบถามในประเด็นนี้เช่นกัน ก็ขอเรียนว่าคงยังไม่ได้ ด้านนายแสงชัยกล่าวว่า สิ่งที่กรมการแพทย์ฯ นำไปทดลองนั้นเป็นเพียงการวิจัยในหลอดทดลอง ซึ่งปรากฏว่าไม่มีผลในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง แต่ไปอยู่ในตัวคนแล้วเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเข้าร่างกายแล้วมันก็ไปตามเส้นเลือด ไม่รู้จะรักษามะเร็งได้หรือไม่ ซึ่งกรมการแพทย์ฯ ก็บอกว่าคนที่พอมีฐานะ มีความรู้ กลัวจะเสียโอกาสก็ไปให้แพทย์รักษา อย่าพยายามมากินสมุนไพรตัวนี้เลย ยืนยันว่าถ้าไม่มีการห้ามก็จะยังแจกสมุนไพรต่อไป เพราะเป็นความหวังของประชาชน จริงๆ แล้วถามว่าที่เราทำมากว่า 10 ปีก็ย่ำอยู่กับที่ เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ อธิบดีกรมการแพทย์ มากี่คนแล้ว สถาบันมะเร็งฯ ก็เปลี่ยน ผอมาหลายคน แต่ของเรายาเป็นตำนาน ส่วนเรื่องสูตรจะขายให้ต่างชาติหรือไม่นั้นก็ไม่แน่ หากหมอไทยบอกไม่ได้ผล ซึ่งมีหมอจากเยอรมนี รพจากอเมริกา เขาก็มาเฝ้าทุกระยะเพื่อติดต่อขอซื้อ แต่ยังไม่อยากขาย โดยจะไปแจกต่อที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 2 พคนี้ ทั้งนี้ ในการชี้แจงต่อประชาชนนั้น ประชาชนต้องการรู้แค่ว่าตนต้องการจะแจกยาต่อหรือไม่เท่านั้นเอง เมื่อถามต่อว่าผลทดลองบอกไม่ได้ผลในการฆ่าเซลล์มะเร็ง ดังนั้นจะปรับกลุ่มการแจกสมุนไพรหรือไม่ นายแสงชัยกล่าวว่า ถ้าผู้ป่วยเขาพร้อมจะไปรับ เราก็ให้ หรือถ้าเขาสะดวกก็ไปที่สถาบันมะเร็งฯ ซึ่งรักษาทุกระยะ ไม่มีไล่กลับบ้าน รับได้หมด ทั้งนี้ ยืนยันว่าผู้ป่วยที่มารับสมุนไพรนั้นไม่มีการทิ้งการรักษาแผนปัจจุบัน แต่คนป่วยที่หมดทางรักษาแล้วอยู่ในมือเราหลายพันคน ซึ่งสมุนไพรเราเองก็ไม่มีสูตรแยกว่าเป็นมะเร็งชนิดไหน มะเร็งคือไวรัสชนิดหนึ่ง เราก็ฆ่ามันเท่านั้นเอง ส่วนในเรื่องการขยายผลจริงๆ อยู่ที่ภาครัฐ ตนมีแค่หน้าที่ผลิต ซึ่งก็ทำมาตลอด แต่ก็บอกทุกครั้งว่าให้รักษาควบคู่กันไป ตนบอกตลอดว่าไม่ใช่หมอ แต่เป็นผู้แบ่งปันคนหมดหนทาง ไม่เป็นไร วันนี้กำลังการผลิตอยู่ที่ 4 แสนเม็ดต่อเดือน จะแจกต่อไปจนกว่าจะไม่ไหว สำหรับกรณีมีคนตั้งข้อสังเกตเรื่องว่าทำไมต้องมีการลงบันทึกประจำวันนั้น ก็คงต้องไปถามคนที่ตั้งคำถามว่าคนที่ผ่าตัดใน รพ ทำไมต้องให้ญาติเซ็น คนจะตาย ตายแล้วไม่เดือดร้อน เราให้แค่นี้พอ พอแจ้งความแล้วตำรวจจะรู้ยอดคน จะได้ให้การดูแลได้ ที่มาของยา 6 เม็ด เพราะมันไม่พอเลยแบ่งจาก 10 เม็ดเหลือ 6 เม็ด นายแสงชัยกล่าวต่อว่า ที่รัฐทำคือทดลองในหลอดทดลอง จะเอามาทดลองในคนไม่ได้ เพราะผิดจริยธรรม แต่ตนทำตายไปหลายคนแล้ว เพราะเราทดลองตามผู้ป่วยติดเตียงตามบ้าน ตามวัด ก็ตายประมาณ 300-500 คน ซึ่งผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่มีทางรอด ญาติยอมเราก็ให้กิน อันนั้นคือคิดการใหญ่ใจต้องถึง มัวแต่ไปรอภาคส่วนรัฐที่ต้องรอทดลองในหลอดทดลองแล้ว สัตว์น้อยสัตว์ใหญ่ ตนไม่เอาหรอก จะรักษาคน ไม่ได้รักษาสัตว์ ไม่ได้รักษาสัตว์ทดลอง ก็เลยเอาคนจริง ซึ่งก็ขออนุญาตญาติเขาแล้ว ไม่กังวลว่ามันเป็นการวิจัยในมนุษย์【อ่านข้อความเต็ม】
pah | 2021-09-28 | อ่าน(637) | แสดงความคิดเห็น(405)
เครือข่ายวัดธรรมกายยื่น บกปปปปลด พงศ์พร พ้น ผอพศ โวยทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ขณะที่นายกฯ ตอกกลับ จะเคลื่อนไหวอะไรนักหนา ผอพศทำผิดอะไร ชี้ปมทุจริตเริ่มจาก ขรกต้องสอบว่าเงินไปอยู่ที่ไหน ย้ำเคารพพระสงฆ์ทุกรูป ผิด-ถูกว่าไปตามกฎหมาย สุวพันธุ์ ยันพงศ์พรทำตามหน้าที่ เชื่อพระผู้ใหญ่เข้าใจ ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บกปปป) เวลา 1000 น วันที่ 24 เมษายน นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ พร้อมด้วย นอ วินัย เสวกวิ และตัวแทนกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เดินทางมายื่นเอกสารต่อ พลตตกมล เหรียญราชา ผบกปปป เพื่อเอาผิด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอพศ) ในความผิดฐาน ม157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีได้เข้าร้องทุกข์กล่าวหาพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปมีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตเงินทอนวัด ล็อต 3 โดยนายจรูญกล่าวว่า วันนี้มาร้องเรียนต่อ ปปปกรณี พตทพงศ์พร หลังจากปฏิบัติหน้าที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ในตำแหน่ง ผอพศ ซึ่งกฎหมายมิได้มอบอำนาจไว้ มีเจตนาทำให้วงการคณะสงฆ์เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นที่ดูหมิ่นเหยียดหยามจากประชาชนทั่วไป เป็นเหตุให้เกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นต่อพระสงฆ์ และอันตรายต่อความมั่นคงต่อสถาบันศาสนา การตรวจสอบทุจริตนั้นมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งคณะสงฆ์มีธรรมวินัยเพื่อดำเนินการตรวจสอบพระสงฆ์ด้วยกันเอง และฆราวาสไม่มีสิทธิ์กล่าวโทษหรือวินิจฉัยแทน โดยทาง พศเป็นหน่วยงานสนองงานเพื่อพระพุทธศาสนาไม่ใช่มาตรวจสอบว่าถูกหรือผิดเสียเอง ทั้งนี้ หาก ผอพศจะร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ควรถอดเครื่องแบบราชการออก และมาในฐานะประชาชนธรรมดาจะดีกว่า นายจรูญกล่าว ด้าน นอวินัยกล่าวว่า ศาสนาเป็น 1 ใน 3 สถาบันหลักของชาติ และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ โดยเรื่องเงินทอนนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเงินมาถวายพระ และนำเงินกลับไป แต่สุดท้ายมาโยนความผิดให้พระสงฆ์ ซึ่งเรื่องดังกล่าว ผอพศและพระสงฆ์ควรเป็นโจทก์ยื่นฟ้องหาผู้กระทำความผิดมากกว่า ไม่ใช่มาดำเนินคดีกับพระสงฆ์ ส่วน พลตตกมลกล่าวว่า เบื้องต้นรับเรื่องไว้ตรวจสอบ และให้พนักงานสอบสวน ปปปดำเนินการสอบคำให้การผู้ร้องทุกข์ ก่อนพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรบนายจรูญ เป็นเครือข่ายเดียวกับนายกรณ์ มีดี เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย และ รทบรรจบ บรรณรุจิ อาจารย์ภาควิชาภาษาตะวันออก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับวัดในสายธรรมกาย อาทิ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยา ที่เคยเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรมาแล้ว ที่ทำเนียบรัฐบาล พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าปราบทุจริตเงินทอนวัดรอบใหม่ ที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากพระสงฆ์บางกลุ่มว่า ต้องย้อนกลับไปดูว่าเรื่องนี้เริ่มมาจากการทุจริตในสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะถูกหรือผิดก็ต้องว่ากันไป แต่ในทางกฎหมายก็ต้องสอบสวนว่าเงินเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหนบ้าง บัญชีเป็นของใคร เขายังไม่ได้ว่าใครผิดหรือถูกเลย แล้วจะมาเคลื่อนไหวอะไรกันนักหนา ถ้าชี้แจงได้และถูกต้องตามกฎหมาย ก็จบไป ผมเคารพพระทุกรูปที่อยู่ในกระบวนการทุกองค์ ผมเป็นคนศาสนาพุทธ นับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น การที่จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน ก็ต้องดูว่าการเคลื่อนไหวนี้มันถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ขั้นตอน กระบวนการตรวจสอบเป็นอย่างไร ผมบอกแล้วว่ามันเริ่มมาจากข้าราชการ มาจากสำนักพุทธฯ ก็ต้องไปดูว่าเงินไปที่ไหน ก็ไปสอบที่นั่น ก็แค่นั้น อย่าตีกันไปตีกันมา และที่สุดก็ไปลงโทษเฉพาะข้าราชการ อย่างนี้มันก็ไม่เป็นธรรมน่ะซิ มันต้องเป็นธรรม กฎหมายบังคับใช้กับทุกคน ผมไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น ถ้าตัวเองรู้ว่ามันจะเกิดความวุ่นวายก็อย่าทำ ก็แค่นั้นเอง กฎหมายมันมีอยู่ ส่วนที่กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินเรียกร้องให้ปลด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ พ้นจาก ผอพศนั้น นายกฯ กล่าวว่า ผอพศเขามีความผิดอะไรหรือยัง เขาทำผิดหรือทำนอกกติกาหรือยัง ก็ยัง มันเป็นเพียงขั้นตอนการนำเข้าสู่การตรวจสอบเท่านั้น ถือเป็นต้นทางของกระบวนการ ซึ่งเราก็ต้องหาคนดี คนซื่อสัตย์ คนที่ซื่อตรงมาทำงานตรงนี้ และกระบวนการยุติธรรมในการสอบสวนก็ต้องว่ากันไป ยืนยันว่าตนเคารพพระสงฆ์ทุกรูป นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงาน พศ กล่าวถึงกรณีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี, บกปปป, ปปช ให้เอาผิด พตทพงศ์พร ทำหน้าที่เกินอำนาจของผู้อำนวยการ พศ ว่า ตนได้ให้ พตทพงศ์พรทำงานในหน้าที่อย่างเต็มที่ และสนับสนุนการดำเนินการในหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนที่มีข่าวว่าที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส) เมื่อวันที่ 20 เมย ไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้อำนวยการ พศนั้น ตนกลับได้ยินมาคนละอย่าง เพราะได้ยินมาว่าทุกอย่างราบรื่นดี ที่สำคัญ ในที่ประชุมวันนั้นมีแค่ มสกับ พตทพงศ์พรเท่านั้น ไม่มีคนอื่น และพระผู้ใหญ่ระบุว่าการประชุมเป็นไปด้วยดี ดังนั้นข่าวดังกล่าวออกมาได้อย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จะกลายมาเป็นการกดดันรัฐบาลในเรื่องนี้อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ผมคิดว่าท่านพงศ์พร ณ วันนี้เขาทำตามอำนาจหน้าที่ที่เขามีอยู่ ผมคิดว่าอย่างนั้น ส่วนกลุ่มที่ต่อต้านระบุว่า พตทพงศ์พรทำเกินหน้าที่ตัวเองนั้น นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นอะไร และอยากจะเห็นหนังสือที่เขายื่นมาก่อน เมื่อถามว่า จะต้องเป็นกาวใจให้ พตทพงศ์พร กับพระผู้ใหญ่อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ไม่หรอก ตนสามารถติดต่อประสานงานกับพระผู้ใหญ่ได้อยู่ เรื่องนี้ไม่มีอะไร เมื่อถามย้ำว่าทางพระผู้ใหญ่เข้าใจการตรวจสอบในครั้งนี้หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า เข้าใจ อะไรที่ถูกว่าไปตามถูก อะไรที่ไม่ถูกให้ว่าไปตามนั้น ทางคณะสงฆ์ไม่มีอะไร ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ) เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า เตรียมโห่อีกทีครับพี่น้อง! ขบวนการเงินทอนโกงวัด โกง เงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งหัวโล้นหัวดำลำพองหนัก กำลังเตรียมยื่นเรื่องถึงนายก ขอถอดถอน ผอพศออกจากตำแหน่งอีกแล้ว คอยจับตาว่าใครชงเรื่องถึงนายก ว่าจะเดินเกมอย่างไร ยังไม่เข็ดๆ【อ่านข้อความเต็ม】
6pz | 2021-09-28 | อ่าน(215) | แสดงความคิดเห็น(624)
น้ำมันอพอลโล จับมือ บชน, บกจร จัดโครงการ “ซ้อนท้ายวิน ใส่หมวก 100%” 24 เมษายน พศ 2561 เวลา 21:18 น 【อ่านข้อความเต็ม】
wu5 | 2021-09-28 | อ่าน(580) | แสดงความคิดเห็น(537)
เครือข่ายวัดธรรมกายยื่น บกปปปปลด พงศ์พร พ้น ผอพศ โวยทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ขณะที่นายกฯ ตอกกลับ จะเคลื่อนไหวอะไรนักหนา ผอพศทำผิดอะไร ชี้ปมทุจริตเริ่มจาก ขรกต้องสอบว่าเงินไปอยู่ที่ไหน ย้ำเคารพพระสงฆ์ทุกรูป ผิด-ถูกว่าไปตามกฎหมาย สุวพันธุ์ ยันพงศ์พรทำตามหน้าที่ เชื่อพระผู้ใหญ่เข้าใจ ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บกปปป) เวลา 1000 น วันที่ 24 เมษายน นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ พร้อมด้วย นอ วินัย เสวกวิ และตัวแทนกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เดินทางมายื่นเอกสารต่อ พลตตกมล เหรียญราชา ผบกปปป เพื่อเอาผิด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอพศ) ในความผิดฐาน ม157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีได้เข้าร้องทุกข์กล่าวหาพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปมีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตเงินทอนวัด ล็อต 3 โดยนายจรูญกล่าวว่า วันนี้มาร้องเรียนต่อ ปปปกรณี พตทพงศ์พร หลังจากปฏิบัติหน้าที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ในตำแหน่ง ผอพศ ซึ่งกฎหมายมิได้มอบอำนาจไว้ มีเจตนาทำให้วงการคณะสงฆ์เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นที่ดูหมิ่นเหยียดหยามจากประชาชนทั่วไป เป็นเหตุให้เกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นต่อพระสงฆ์ และอันตรายต่อความมั่นคงต่อสถาบันศาสนา การตรวจสอบทุจริตนั้นมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งคณะสงฆ์มีธรรมวินัยเพื่อดำเนินการตรวจสอบพระสงฆ์ด้วยกันเอง และฆราวาสไม่มีสิทธิ์กล่าวโทษหรือวินิจฉัยแทน โดยทาง พศเป็นหน่วยงานสนองงานเพื่อพระพุทธศาสนาไม่ใช่มาตรวจสอบว่าถูกหรือผิดเสียเอง ทั้งนี้ หาก ผอพศจะร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ควรถอดเครื่องแบบราชการออก และมาในฐานะประชาชนธรรมดาจะดีกว่า นายจรูญกล่าว ด้าน นอวินัยกล่าวว่า ศาสนาเป็น 1 ใน 3 สถาบันหลักของชาติ และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ โดยเรื่องเงินทอนนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเงินมาถวายพระ และนำเงินกลับไป แต่สุดท้ายมาโยนความผิดให้พระสงฆ์ ซึ่งเรื่องดังกล่าว ผอพศและพระสงฆ์ควรเป็นโจทก์ยื่นฟ้องหาผู้กระทำความผิดมากกว่า ไม่ใช่มาดำเนินคดีกับพระสงฆ์ ส่วน พลตตกมลกล่าวว่า เบื้องต้นรับเรื่องไว้ตรวจสอบ และให้พนักงานสอบสวน ปปปดำเนินการสอบคำให้การผู้ร้องทุกข์ ก่อนพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรบนายจรูญ เป็นเครือข่ายเดียวกับนายกรณ์ มีดี เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย และ รทบรรจบ บรรณรุจิ อาจารย์ภาควิชาภาษาตะวันออก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับวัดในสายธรรมกาย อาทิ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยา ที่เคยเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรมาแล้ว ที่ทำเนียบรัฐบาล พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าปราบทุจริตเงินทอนวัดรอบใหม่ ที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากพระสงฆ์บางกลุ่มว่า ต้องย้อนกลับไปดูว่าเรื่องนี้เริ่มมาจากการทุจริตในสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะถูกหรือผิดก็ต้องว่ากันไป แต่ในทางกฎหมายก็ต้องสอบสวนว่าเงินเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหนบ้าง บัญชีเป็นของใคร เขายังไม่ได้ว่าใครผิดหรือถูกเลย แล้วจะมาเคลื่อนไหวอะไรกันนักหนา ถ้าชี้แจงได้และถูกต้องตามกฎหมาย ก็จบไป ผมเคารพพระทุกรูปที่อยู่ในกระบวนการทุกองค์ ผมเป็นคนศาสนาพุทธ นับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น การที่จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน ก็ต้องดูว่าการเคลื่อนไหวนี้มันถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ขั้นตอน กระบวนการตรวจสอบเป็นอย่างไร ผมบอกแล้วว่ามันเริ่มมาจากข้าราชการ มาจากสำนักพุทธฯ ก็ต้องไปดูว่าเงินไปที่ไหน ก็ไปสอบที่นั่น ก็แค่นั้น อย่าตีกันไปตีกันมา และที่สุดก็ไปลงโทษเฉพาะข้าราชการ อย่างนี้มันก็ไม่เป็นธรรมน่ะซิ มันต้องเป็นธรรม กฎหมายบังคับใช้กับทุกคน ผมไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น ถ้าตัวเองรู้ว่ามันจะเกิดความวุ่นวายก็อย่าทำ ก็แค่นั้นเอง กฎหมายมันมีอยู่ ส่วนที่กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินเรียกร้องให้ปลด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ พ้นจาก ผอพศนั้น นายกฯ กล่าวว่า ผอพศเขามีความผิดอะไรหรือยัง เขาทำผิดหรือทำนอกกติกาหรือยัง ก็ยัง มันเป็นเพียงขั้นตอนการนำเข้าสู่การตรวจสอบเท่านั้น ถือเป็นต้นทางของกระบวนการ ซึ่งเราก็ต้องหาคนดี คนซื่อสัตย์ คนที่ซื่อตรงมาทำงานตรงนี้ และกระบวนการยุติธรรมในการสอบสวนก็ต้องว่ากันไป ยืนยันว่าตนเคารพพระสงฆ์ทุกรูป นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงาน พศ กล่าวถึงกรณีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี, บกปปป, ปปช ให้เอาผิด พตทพงศ์พร ทำหน้าที่เกินอำนาจของผู้อำนวยการ พศ ว่า ตนได้ให้ พตทพงศ์พรทำงานในหน้าที่อย่างเต็มที่ และสนับสนุนการดำเนินการในหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนที่มีข่าวว่าที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส) เมื่อวันที่ 20 เมย ไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้อำนวยการ พศนั้น ตนกลับได้ยินมาคนละอย่าง เพราะได้ยินมาว่าทุกอย่างราบรื่นดี ที่สำคัญ ในที่ประชุมวันนั้นมีแค่ มสกับ พตทพงศ์พรเท่านั้น ไม่มีคนอื่น และพระผู้ใหญ่ระบุว่าการประชุมเป็นไปด้วยดี ดังนั้นข่าวดังกล่าวออกมาได้อย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จะกลายมาเป็นการกดดันรัฐบาลในเรื่องนี้อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ผมคิดว่าท่านพงศ์พร ณ วันนี้เขาทำตามอำนาจหน้าที่ที่เขามีอยู่ ผมคิดว่าอย่างนั้น ส่วนกลุ่มที่ต่อต้านระบุว่า พตทพงศ์พรทำเกินหน้าที่ตัวเองนั้น นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นอะไร และอยากจะเห็นหนังสือที่เขายื่นมาก่อน เมื่อถามว่า จะต้องเป็นกาวใจให้ พตทพงศ์พร กับพระผู้ใหญ่อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ไม่หรอก ตนสามารถติดต่อประสานงานกับพระผู้ใหญ่ได้อยู่ เรื่องนี้ไม่มีอะไร เมื่อถามย้ำว่าทางพระผู้ใหญ่เข้าใจการตรวจสอบในครั้งนี้หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า เข้าใจ อะไรที่ถูกว่าไปตามถูก อะไรที่ไม่ถูกให้ว่าไปตามนั้น ทางคณะสงฆ์ไม่มีอะไร ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ) เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า เตรียมโห่อีกทีครับพี่น้อง! ขบวนการเงินทอนโกงวัด โกง เงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งหัวโล้นหัวดำลำพองหนัก กำลังเตรียมยื่นเรื่องถึงนายก ขอถอดถอน ผอพศออกจากตำแหน่งอีกแล้ว คอยจับตาว่าใครชงเรื่องถึงนายก ว่าจะเดินเกมอย่างไร ยังไม่เข็ดๆ【อ่านข้อความเต็ม】
qbi | 2021-09-27 | อ่าน(255) | แสดงความคิดเห็น(798)
ตอบไม่ตรงคำถาม หรือคำถามไม่ตรงคำตอบ เป็นเรื่องที่แจกแจงอธิบายใหม่กันได้ แต่คำถามที่ไม่รู้ว่าคำตอบนั้นจะถูกใจคนถาม หรือทำร้ายคนถามเสียมากกว่านั้น นับว่าเป็นเรื่องน่ากลัวนะจ๊ะ คำถามนี้มีอยู่ว่า ถ้าเป็นโสด แล้วอายุยืนไปถึง 90 ปี จะใช้ชีวิตลำบากไหม?? ก็มีคอมเมนต์กันต่างๆ นานา น่าสนใจบ้าง น่าแปลกใจบ้าง เป็นเรื่องของอิสรภาพแห่งความคิดของแต่ละคนค่ะ ที่น่าสนใจก็คือ มีการตอบโดยอาศัยหลักธรรมาอรรถาธิบายว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา และมีการระบุว่า ทุกข์ของคนแต่งงานหรือมีครอบครัวนั้นก็มีไม่น้อย เหมือนประมาณที่จะเตือนว่า ชีวิตคู่นั้น คนในอาจจะอยากออก คนนอกก็อยากจะเข้าเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วล้วนจะต้องเวียนว่ายอยู่ในทุกข์สุขเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่มีหรอกนะที่จะเกิดมาแล้วมีความสุขเต็ม 100% แต่อาจจะมีเยอะทีเดียวที่คิดว่า ทำไมตัวเองโชคร้าย เกิดมาก็พบแต่ความทุกข์ นั่นเพราะนำตัวเองไปเปรียบเทียบกันคนอื่นนั่นเอง การจะอยู่เป็นโสด หรือมีครอบครัว แล้วเป็นห่วงและกังวลไปถึงอนาคตข้างหน้าว่า ชีวิตแบบไหนจะดีกว่านั้น มนุษย์ป้าขอยกมือบอกเลยค่ะว่า ความไม่จีรังคือสิ่งที่แน่แท้จีรังที่สุด ไม่มีใครชี้ถูกชี้ผิด หรือความถูกต้องเหมาะสมได้หรอกว่า โสดหรือแต่งงานดีกว่า เพราะชะตาชีวิตของแต่ละคนนั้นขึ้นกับบุญกรรมที่ทำร่วมกันมา (อุเหม่!! ถ้าดูละครบุพเพสันนิวาสก็น่าจะเข้าใจดีนะ) ฉะนั้น คำถามที่ไม่อยู่กับปัจจุบันแบบตอนนี้อายุ 40 คิดไปถึง 90 โน่น ควรจะลบทิ้งแล้วกลับมาตั้งประเด็นใหม่ว่า เราจะทำยังไงที่จะอยู่อย่างมีคุณภาพหากอายุยืนถึง 90?? แน่นอน ต้องมีสุขภาพที่ดีมาก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อสุขภาพดี เราก็จะมีสติและปัญญาที่จะหาหนทางสร้างฐานะทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพอันพึงปรารถนา สุขภาพดี ฐานะการเงินมั่นคง อาจจะไม่ต้องถึงกับมั่งคั่ง ก็จะเป็นต้นทุนที่ดีในการที่เราจะใช้ชีวิตบนเส้นทางที่เราวาดหวัง ไม่ว่าจะมีครอบครัวหรือไม่มีก็ตาม สมมุติว่า ไม่มีครอบครัว คุณก็จะสามารถวางแผนชีวิตของตัวเองได้อย่างคล่องและเป็นอิสระ แต่ถ้ามีครอบครัวเมื่อไร เท่ากับคุณมี ห่วง มาผูกคอ และต้องยอมรับว่า จะคิดจะทำอะไรก็ต้องเอาครอบครัวมาเป็นตัวแปรหลักในการตัดสินใจจริงไหมคะ สำหรับมนุษย์ป้ามีครอบครัว มีลูก 2 คน สารภาพเลยว่า ทำอะไรก็ต้องห่วงตลอด ห่วงไปถึงอนาคตข้างหน้าของลูกๆ ดังนั้น มันน่าจะ ซตพได้ใช่ไหมคะว่า ชีวิตเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องมีความรับผิดชอบ และกระทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด คนเป็นโสดก็มีหน้าที่เพื่อตัวเอง คนมีครอบครัวก็มีหน้าที่เพื่อครอบครัว สัจธรรมชีวิต คิดกังวลล่วงหน้าไปทำไม สู้เอามาวางแผนว่า ถ้าแต่งจะทำอะไร ไม่แต่งจะทำอะไรดีกว่าไหม?? ป้าเอง 【อ่านข้อความเต็ม】
f5j | 2021-09-27 | อ่าน(117) | แสดงความคิดเห็น(344)
เครือข่ายวัดธรรมกายยื่น บกปปปปลด พงศ์พร พ้น ผอพศ โวยทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ขณะที่นายกฯ ตอกกลับ จะเคลื่อนไหวอะไรนักหนา ผอพศทำผิดอะไร ชี้ปมทุจริตเริ่มจาก ขรกต้องสอบว่าเงินไปอยู่ที่ไหน ย้ำเคารพพระสงฆ์ทุกรูป ผิด-ถูกว่าไปตามกฎหมาย สุวพันธุ์ ยันพงศ์พรทำตามหน้าที่ เชื่อพระผู้ใหญ่เข้าใจ ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บกปปป) เวลา 1000 น วันที่ 24 เมษายน นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ พร้อมด้วย นอ วินัย เสวกวิ และตัวแทนกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เดินทางมายื่นเอกสารต่อ พลตตกมล เหรียญราชา ผบกปปป เพื่อเอาผิด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอพศ) ในความผิดฐาน ม157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีได้เข้าร้องทุกข์กล่าวหาพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปมีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตเงินทอนวัด ล็อต 3 โดยนายจรูญกล่าวว่า วันนี้มาร้องเรียนต่อ ปปปกรณี พตทพงศ์พร หลังจากปฏิบัติหน้าที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ในตำแหน่ง ผอพศ ซึ่งกฎหมายมิได้มอบอำนาจไว้ มีเจตนาทำให้วงการคณะสงฆ์เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นที่ดูหมิ่นเหยียดหยามจากประชาชนทั่วไป เป็นเหตุให้เกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นต่อพระสงฆ์ และอันตรายต่อความมั่นคงต่อสถาบันศาสนา การตรวจสอบทุจริตนั้นมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งคณะสงฆ์มีธรรมวินัยเพื่อดำเนินการตรวจสอบพระสงฆ์ด้วยกันเอง และฆราวาสไม่มีสิทธิ์กล่าวโทษหรือวินิจฉัยแทน โดยทาง พศเป็นหน่วยงานสนองงานเพื่อพระพุทธศาสนาไม่ใช่มาตรวจสอบว่าถูกหรือผิดเสียเอง ทั้งนี้ หาก ผอพศจะร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ควรถอดเครื่องแบบราชการออก และมาในฐานะประชาชนธรรมดาจะดีกว่า นายจรูญกล่าว ด้าน นอวินัยกล่าวว่า ศาสนาเป็น 1 ใน 3 สถาบันหลักของชาติ และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ โดยเรื่องเงินทอนนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเงินมาถวายพระ และนำเงินกลับไป แต่สุดท้ายมาโยนความผิดให้พระสงฆ์ ซึ่งเรื่องดังกล่าว ผอพศและพระสงฆ์ควรเป็นโจทก์ยื่นฟ้องหาผู้กระทำความผิดมากกว่า ไม่ใช่มาดำเนินคดีกับพระสงฆ์ ส่วน พลตตกมลกล่าวว่า เบื้องต้นรับเรื่องไว้ตรวจสอบ และให้พนักงานสอบสวน ปปปดำเนินการสอบคำให้การผู้ร้องทุกข์ ก่อนพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรบนายจรูญ เป็นเครือข่ายเดียวกับนายกรณ์ มีดี เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย และ รทบรรจบ บรรณรุจิ อาจารย์ภาควิชาภาษาตะวันออก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับวัดในสายธรรมกาย อาทิ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยา ที่เคยเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรมาแล้ว ที่ทำเนียบรัฐบาล พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าปราบทุจริตเงินทอนวัดรอบใหม่ ที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากพระสงฆ์บางกลุ่มว่า ต้องย้อนกลับไปดูว่าเรื่องนี้เริ่มมาจากการทุจริตในสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะถูกหรือผิดก็ต้องว่ากันไป แต่ในทางกฎหมายก็ต้องสอบสวนว่าเงินเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหนบ้าง บัญชีเป็นของใคร เขายังไม่ได้ว่าใครผิดหรือถูกเลย แล้วจะมาเคลื่อนไหวอะไรกันนักหนา ถ้าชี้แจงได้และถูกต้องตามกฎหมาย ก็จบไป ผมเคารพพระทุกรูปที่อยู่ในกระบวนการทุกองค์ ผมเป็นคนศาสนาพุทธ นับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น การที่จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน ก็ต้องดูว่าการเคลื่อนไหวนี้มันถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ขั้นตอน กระบวนการตรวจสอบเป็นอย่างไร ผมบอกแล้วว่ามันเริ่มมาจากข้าราชการ มาจากสำนักพุทธฯ ก็ต้องไปดูว่าเงินไปที่ไหน ก็ไปสอบที่นั่น ก็แค่นั้น อย่าตีกันไปตีกันมา และที่สุดก็ไปลงโทษเฉพาะข้าราชการ อย่างนี้มันก็ไม่เป็นธรรมน่ะซิ มันต้องเป็นธรรม กฎหมายบังคับใช้กับทุกคน ผมไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น ถ้าตัวเองรู้ว่ามันจะเกิดความวุ่นวายก็อย่าทำ ก็แค่นั้นเอง กฎหมายมันมีอยู่ ส่วนที่กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินเรียกร้องให้ปลด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ พ้นจาก ผอพศนั้น นายกฯ กล่าวว่า ผอพศเขามีความผิดอะไรหรือยัง เขาทำผิดหรือทำนอกกติกาหรือยัง ก็ยัง มันเป็นเพียงขั้นตอนการนำเข้าสู่การตรวจสอบเท่านั้น ถือเป็นต้นทางของกระบวนการ ซึ่งเราก็ต้องหาคนดี คนซื่อสัตย์ คนที่ซื่อตรงมาทำงานตรงนี้ และกระบวนการยุติธรรมในการสอบสวนก็ต้องว่ากันไป ยืนยันว่าตนเคารพพระสงฆ์ทุกรูป นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงาน พศ กล่าวถึงกรณีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี, บกปปป, ปปช ให้เอาผิด พตทพงศ์พร ทำหน้าที่เกินอำนาจของผู้อำนวยการ พศ ว่า ตนได้ให้ พตทพงศ์พรทำงานในหน้าที่อย่างเต็มที่ และสนับสนุนการดำเนินการในหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนที่มีข่าวว่าที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส) เมื่อวันที่ 20 เมย ไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้อำนวยการ พศนั้น ตนกลับได้ยินมาคนละอย่าง เพราะได้ยินมาว่าทุกอย่างราบรื่นดี ที่สำคัญ ในที่ประชุมวันนั้นมีแค่ มสกับ พตทพงศ์พรเท่านั้น ไม่มีคนอื่น และพระผู้ใหญ่ระบุว่าการประชุมเป็นไปด้วยดี ดังนั้นข่าวดังกล่าวออกมาได้อย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จะกลายมาเป็นการกดดันรัฐบาลในเรื่องนี้อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ผมคิดว่าท่านพงศ์พร ณ วันนี้เขาทำตามอำนาจหน้าที่ที่เขามีอยู่ ผมคิดว่าอย่างนั้น ส่วนกลุ่มที่ต่อต้านระบุว่า พตทพงศ์พรทำเกินหน้าที่ตัวเองนั้น นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นอะไร และอยากจะเห็นหนังสือที่เขายื่นมาก่อน เมื่อถามว่า จะต้องเป็นกาวใจให้ พตทพงศ์พร กับพระผู้ใหญ่อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ไม่หรอก ตนสามารถติดต่อประสานงานกับพระผู้ใหญ่ได้อยู่ เรื่องนี้ไม่มีอะไร เมื่อถามย้ำว่าทางพระผู้ใหญ่เข้าใจการตรวจสอบในครั้งนี้หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า เข้าใจ อะไรที่ถูกว่าไปตามถูก อะไรที่ไม่ถูกให้ว่าไปตามนั้น ทางคณะสงฆ์ไม่มีอะไร ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ) เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า เตรียมโห่อีกทีครับพี่น้อง! ขบวนการเงินทอนโกงวัด โกง เงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งหัวโล้นหัวดำลำพองหนัก กำลังเตรียมยื่นเรื่องถึงนายก ขอถอดถอน ผอพศออกจากตำแหน่งอีกแล้ว คอยจับตาว่าใครชงเรื่องถึงนายก ว่าจะเดินเกมอย่างไร ยังไม่เข็ดๆ【อ่านข้อความเต็ม】
ubt | 2021-09-27 | อ่าน(514) | แสดงความคิดเห็น(790)
ประเด็นสำคัญสุดท้ายคือ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหา กสทช 【อ่านข้อความเต็ม】
5xw | 2021-09-27 | อ่าน(946) | แสดงความคิดเห็น(210)
เมื่อทุกองค์ประกอบพร้อม เพราะหลายชื่อใน 14 คนคุณสมบัติมีปัญหา-คสชเกรงสั่งไม่ได้ คุมไม่อยู่ อีกทั้ง กสทชชุดรักษาการปัจจุบันก็ทำงานสนอง คสชทุกเรื่อง มันก็เลยเข้าทางให้ สนชล้มกระดานเลือก กสทชเสียเลย ท่ามกลางกระแสข่าว คสชไฟเขียวเห็นด้วย เพื่อให้กลับไปนับหนึ่งใหม่ ดึงเรื่องลากยาวออกไป 【อ่านข้อความเต็ม】
nyf | 2021-09-26 | อ่าน(798) | แสดงความคิดเห็น(566)
แต่ที่แปลกใจ นายคำนูณ สิทธิสมาน หนึ่งในกรรมการชุดนายมีชัยบอกว่า การถ่ายโอนภารกิจไม่ใช่การถ่ายโอนงานสอบสวนคดีอาญาบางประเภทที่ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางไปให้หน่วยงานอื่น เป็นการสร้างปัญขึ้นใหม่ อาจเป็นการสร้างนรกให้กับประชาชน ทั้งที่ตามมาตรา 6 ของ พรบตำรวจแห่งชาติ พศ2547, มติสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช) และ ครมมีมติเมื่อวันที่ 30 กย58 เรื่องการโอนตำรวจ 11 หน่วยงานนั้นให้โอนทั้ง อำนาจหน้าที่ บุคลากร และงบประมาณ รวมทั้งอุปกรณ์ ในการปฏิบัติภารกิจ จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะตกผลึกมา 14 ปีแล้ว ตำรวจนั่นแหละไม่พร้อม เช่น เรื่องอำนาจบังคับใช้กฎหมายตาม พรบต่างๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร (กทม) จำนวน 26 ฉบับ ตำรวจทำคดีค้างกว่า 20,000 คดี ไม่เรียกว่า นรก หรือ? หากให้ กทมมีอำนาจสอบสวน-ส่งฟ้องเอง จะเกิดความยุติธรรมกับประชาชนทุกฝ่ายแน่นอน0 【อ่านข้อความเต็ม】
pa5 | 2021-09-26 | อ่าน(720) | แสดงความคิดเห็น(260)
คลอดแล้ว7อรหันต์รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ 24 เมษายน พศ 2561 เวลา 17:47 น 【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-09-29

ลอง บา คา ร่า1️⃣M98| wm168me1️⃣LOOK618| โปร ฝาก 10 รับ 1001️⃣M98| บา คา ร่า ยอด นิยม1️⃣LOOK618| joker 1 บาท ก็ รวย ได้1️⃣LOOK618| slot pg dragon1️⃣M98| คลับ คา สิ โน1️⃣LOOK618| royal online 7771️⃣LOOK618| 1668 sexygame1️⃣M98| ทาง เข้า จี1️⃣LOOK618| บา คารา ออนไลน์skt7891️⃣LOOK618| แจก ทุน เล่น ฟรี 1️⃣2021| มา รวย 99 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| ฝาก 1 บาท ได้ 50 ล่าสุด1️⃣LOOK618| ocean99th สมัคร1️⃣M98| game joker3881️⃣M98| pg ฝาก 15 รับ 100 ล่าสุด1️⃣LOOK618| สมัค puss8881️⃣LOOK618| ทุน ฟรี ไม่ ต้อง แชร์1️⃣M98| สล็อต เกมส์ ไหน ดี โบนัส แตก บ่อย1️⃣LOOK618| ฝาก 1 บาท รับ 50 2020 วอ เลท1️⃣LOOK618| คา สิ โน ถอน ขั้น ต่ํา 100 1️⃣2021| z8 แจก เครดิต ฟรี 1️⃣2021| เครดิต ฟรี 20 บาท ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์1️⃣LOOK618| slotxo ฝาก 10 รับ 100 ล่าสุด วอ ล เลท1️⃣LOOK618| pggame2681️⃣M98| ufa texas 891️⃣M98| jets slot pg1️⃣M98| ทดลอง เล่น roma ฟรี 1️⃣2021| ฝาก 20 รับ 100 ล่าสุด 20201️⃣M98| เกมส์ ที่ ซื้อ ฟรี ส ปิ น1️⃣M98| joker gaming 01 1️⃣2021| 777slot vip1️⃣M98| เว็บ เกม ออนไลน์ ฟรี1️⃣M98| joker44 th1️⃣M98| สล็อต เกมส์ ไหน ดี โบนัส แตก บ่อย1️⃣LOOK618| บา คา ร่า เว็บ ไหน ดี pantip1️⃣M98| โจ๊ก เกอร์ 123 ฝาก 10 รับ 1001️⃣M98| slotxo apk download 1️⃣2021| gowin551️⃣M98| สล็อต pg โอน ผ่าน วอ เลท ไม่มี ขั้น ต่ำ1️⃣LOOK618| บา คา ร่า สมัคร ฟรี 100 1️⃣2021| สล็อต ฝาก 5 บาท1️⃣LOOK618| บา คา ร่า ออนไลน์ 771️⃣M98| ยิง ปลา slot 1️⃣2021| เกม เครดิต ฟรี 3001️⃣M98| สล็อต เกมส์ ไหน ดี โบนัส แตก บ่อย1️⃣LOOK618| slotxo เติม true wallet1️⃣LOOK618| สล็อต 555 เครดิต ฟรี1️⃣M98| สล็อต mafia881️⃣LOOK618| สล็อต เกม ตก ปลา1️⃣M98| มาเฟีย 900 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| joker789th เครดิต ฟรี 1️⃣2021| เว็บ ไฮโล ออนไลน์ 1️⃣2021| mafia789th 1️⃣2021| sa gaming คา สิ โน ออนไลน์1️⃣LOOK618| เกม โบนัส ฟรี 1️⃣2021| สมัคร รับ ฟรี 2001️⃣M98| สมัคร wing16881️⃣LOOK618| ค่าย สล็อต 1️⃣2021| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน ไม่ ต้อง แชร์1️⃣M98| 777 สล็อต เกม 1️⃣2021| เว็บ jdb ฟรี เครดิต1️⃣M98| goldslot168 1️⃣2021| slotxo โอน วอ ล เลท1️⃣LOOK618| คา สิ โน ฟรี 3001️⃣LOOK618| slot roma 88 1️⃣2021| เกมส์ roma 1️⃣2021| สมัคร สล็อต joker1️⃣LOOK618| คา สิ โน ออนไลน์ ไม่ ต้อง โหลด 1️⃣2021| สล็อต โจ๊ก เกอร์ ฝาก 50 รับ 1001️⃣LOOK618| foxz7771️⃣M98| แจก เครดิต ฟรี เดือน เกิด 2019 1️⃣2021| gclub888888vip1️⃣LOOK618| panda 777 slot1️⃣LOOK618| py69 slot1️⃣LOOK618| สมัคร คา สิ โน ออนไลน์ 20201️⃣M98| slotxo register1️⃣M98| โหลด xo slot1️⃣M98| โหลด เกมส์ พุซซี่1️⃣M98| joker ฝาก 10 ได้ 1001️⃣LOOK618| 369 slotxo 1️⃣2021| แอ พ โจ๊ก เกอร์ 123 1️⃣2021| ทาง เข้า databet28 1️⃣2021| แจก เครดิต ฟรี 300 ไม่ ต้อง ฝาก 20211️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ถอน ได้ เลย1️⃣M98| ถอนเงิน slotxo 111️⃣M98| ufa slot 9111️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี 50 ยืนยัน เบอร์1️⃣LOOK618| royal online v2 line 1️⃣2021| sa ฟรี 1001️⃣M98| เติม สล็อต xo 1️⃣2021| pg slot 1231️⃣M98| sagameclub88 คา สิ โน ออนไลน์ อันดับ 11️⃣M98|